เปิดโฉมหน้า 7 งูมีพิษที่พบในไทย

By | May 27, 2021

งู สัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นที่ต่างเป็นความกลัวของใครหลาย ๆ คน ซึ่งงูนั้นก็มีหลายชนิดทั้งงูมีพิษ และไม่มีพิษ แต่ละชนิดก็มีหลากหลายสายพันธุ์ โดยงูในประเทศไทยนั้นก็มีมากมายเช่นเดียวกัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่างูตัวไหนเป็นงูมีพิษ วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการสังเกตความแตกต่างระหว่างงูมีพิษ กับงูไม่มีพิษ และยังมา เปิดโฉมหน้า 7 งูมีพิษที่พบในไทย ให้ได้ระวังตัวกันไว้ด้วย

เปิดโฉมหน้า 7 งูมีพิษที่พบในไทย

วิธีสังเกตงูมีพิษ และไม่มีพิษ

การดูว่างูนั้นมีพิษหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญหากเรามีความรู้พื้นฐานในการแยกงูมีพิษ และไม่มีพิษออกจากกันได้นับเป็นเรื่องที่ง่ายเมื่อเจองู หรือถูกกัด นอกจากลักษณะทางกายภาพแล้ว งูทั้ง 2 ชนิดนี้ยังมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันดังนี้ โดยทั่วไปนั้นงูมีพิษสู้โดยการขู่ เมื่อมันโกรธหรือตกใจ แต่งูไม่มีพิษจะมีความดุร้าย และสู้คนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูผสมพันธุ์

แผลที่เกิดก็มีความแตกต่างกัน หากถูกงูพิษกัด พิษของงูจะซึมเข้าไปในผิวหนัง และทำลายระบบต่าง ๆ ในร่างกายซึ่งทั้ง เนื้อเยื่อ เลือด เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ โดยเหยื่อที่ถูกกัดจะมีอาการ เช่น อาการปวด บวม แดงบริเวณที่ถูกกัด อาเจียน หายใจลำบาก นอกจากนี้อาจถึงขั้นช็อก หรือเสียชีวิต ดังนั้นหากเจองูกัดควรปฐมพยาบาลให้ถูกวิธี และนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

งูมีพิษที่พบได้ในไทย

1. งูเห่า

ถือเป็นงูพิษที่ดังที่สุดนไทยและมีพิษร้ายแรงต่อระบบประสาท งูเห่า เป็นงูที่ออกหากินตามพื้นดินตอนกลางคืน ชอบอาศัยอยู่ตามบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น จอมปลวก ทุ่งนา ลำตัวมีความยาวประมาณ 100-180 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีเหลืองนวล หรือสีดำ ส่วนหัวแผ่แม่เบี้ยได้ งูเห่าถือเป็นงูที่ดูออกง่ายเพราะมันจะมีเอกลักษณ์ที่ตรงกลางด้านหลังของส่วนคอ เรียกว่า ลายดอกจัน จะเป็นลายรูปวงแหวนสีขาวดำ ใครพบเห็นขอแนะนำว่าให้รีบหนี

งูเห่า

2. งูจงอาง

เจ้าแห่งงูของไทยอย่าง งูจงอาง เพราะด้วยลำตัวทึ่ยาวประมาณ 200-540 เซนติเมตร ทำให้มันเป็นงูพิษที่ตัวใหญ่มาก  สามารถพบได้ทุกภาคของประเทศไทย มักอาศัยอยู่ตามป่าทึบ และใกล้แหล่งน้ำ สีสันและลวดลายของงูจงอางขึ้นอยู่กับถิ่นกำเนิด เช่น งูจงอางภาคใต้จะตัวใหญ่มักมีสีน้ำตาลอมเขียวหรือสีเขียมอมเทา ลวดลายไม่ชัดเจน ภาคเหนือมักจะมีสีเข้มจนเกือบดำ ส่วนภาคกลางและอีสานจะมีลายขวางเป็นบั้งตลอดลำตัว เมื่อถูกรบกวนงูจงอางจะแผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้งูจงอางยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือ เกล็ดท้ายทอยขนาดใหญ่ 1 คู่ อยู่บนศีรษะค่อนไปทางด้านหลัง งูจงอางถือเป็นงูที่ตัวใหญ่ พละกำลังเยอะ และมีพิษหากใครพบเห็นแนะนำว่าอย่าไปสู้ด้วยดีกว่า

งูจงอาง

3. งูสามเหลี่ยม

งูที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมากนักอย่าง งูสามเหลี่ยม ชอบออกหากินตอนกลางคืน สามารถพบได้ทุกภาคในประเทศไทย มักอาศัยอยู่บริเวณที่ลุ่ม ทุ่งนา และป่าชายเลนเป็นหลัก ลำตัวมีความยาวประมาณ 100-180 เซนติเมตร ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ ลำตัวมีสีดำสลับเหลืองเป็นปล้อง ๆ โดยสีของส่วนท้องจะจางกว่าส่วนบน ปลายหางมน และมีกระดูกสันหลังยกตัวสูงนูน จนเห็นเป็นสามเหลี่ยมชัดเจน

งูสามเหลี่ยม

4. งูทับสมิงคลา

แค่ชื่อก็ฟังดูน่าเกรงขามแล้วกับ งูทับสมิงคลา มันมีความว่องไวและมีพิษรุนแรงกว่างูสามเหลี่ยม ชอบออกหากินตอนกลางคืน มักอาศัยตามพื้นดินที่มีความชื้นสูง ใกล้แหล่งน้ำ ลำตัวมีความยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร ลักษณะค่อนข้างกลม ลำตัวมีสีขาวสลับสีดำเป็นปล้อง ๆ ช่วงบริเวณท้องเป็นสีขาว หัวเป็นสีดำปนเทา หางเรียวยาวเล็กแหลม ด้วยความที่เป็นงูที่มีขนาดเล็กทำให้มันมีความว่องไว และมีพิษรุนแรง ต้องระวังกันสุด ๆ

งูทับสมิงคลา

5. งูแมวเซา

งูที่ใครหลายคนก็ต่างรู้จักแต่ก็น่าจะยังไม่ทราบกันว่าพิษของมันก็ร้ายแรงเช่นเดียวกัน งูแมวเซา ออกหากินตอนกลางคืน มักอาศัยอยู่ตามที่แห้ง อย่างโพรงดิน ซอกหิน พงหญ้า ไม่ใช่สายปีนต้นไม้ ลำตัวมีความยาวประมาณ 90-150 เซนติเมตร เกล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีลายเป็นรูปกลมสีน้ำตาลเข้ม ขอบสีดำขลิบขาวทั่วลำตัว หัวเป็นทรงสามเหลี่ยม มีลายสีน้ำตาลเข้มคล้ายหัวลูกศร เมื่อจะโจมตีจะขดตัวเป็นวงแล้วทำเสียงขู่ก่อนฉก จู่โจมค่อนข้างเร็ว หากใครพบงูแมวเซาแล้วเห็นมันกำลังตัวให้รีบหนีไปได้เลย เพรามันกำลังจะพุ่งใส่เรา

งูแมวเซา

6. งูกะปะ

งูกะปะ ออกหากินตอนกลางคืน มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มในป่าชื้น ซึ่งมันจะชอบขดตัวอยู่นิ่ง ๆ ใต้กองใบไม้  ซอกหิน งูกะปะเป็นงูที่มีพิษที่มีขนาดเล็กที่สุดในไทยโดยจะมีความยาวลำตัวประมาณ 50-80 เซนติเมตร ตัวเมียจะมีขนาดข้างใหญ่กว่าตัวผู้ ส่วนลำตัวจะเป็นสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเทา มีลายสามเหลี่ยมสีน้ำตาลเข้มขอบขาวเรียงเป็นแถวอยู่สองฝั่งลำตัว ส่วนหัวสีน้ำตาลเข้ม มีเส้นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีขาวพาดผ่านปลายจมูก ขอบตาบน ไปจนถึงขากรรไกรบน เป็นเอกลักษณ์ของงูกะปะเลยก็ว่าได้

งูกะปะ

7. งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง

ถือว่าเป็นงูที่พบได้บ่อยที่สุดโดยเฉพาะบริเวณบ้านคน คือ งูเขียวหางไหม้ ที่มักจะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ หรือใกล้แหล่งน้ำ พบได้บ่อยมากบริเวณสวน หรือแถวบ้านคน ชอบออกหากินตอนกลางคืนตามพื้นดิน ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ มีความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 70 – 90 เซนติเมตร ลำตัวค่อนข้างอ้วนใหญ่ หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม มีเกล็ดสีเขียวขนาดเล็ก ผิวเรียบ ปากและคางมักมีสีเหลือง ขาว หรือสีเขียวอ่อนกว่าสีของลำตัวย ที่สังเกตได้ง่ายคือปลายหางไหม้สีน้ำตาลแดง ตัวผู้มักมีเส้นสีขาวพาดยาดทั้งลำตัว เป็นงูที่ควรระวังไว้เพราะขนาดเล็ก และมีพิษ อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับคนในบ้าน

งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง

งู เป็นสัตว์มีพิษที่อันตรายอย่างมาก เพราะพิษของงูส่วนมากส่งผลต่อระบบประสาท การที่เรารู้จักข้อมูลของงูมีพิษเบื้องต้นถือเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราได้ระวังตัวดูแลคนรอบข้างได้ และหากพบเห็นงูมีพิษบริเวณใกล้บ้านขอแนะนำว่าอย่าจับเอง หรือไล่ไปเองเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ ให้ติดต่อ เบอร์ 199 ใช้สำหรับแจ้งอัคคีภัยและสัตว์เข้าบ้าน  หรือหากพบเห็นคนถูกงูกัดก็สามารถโทรเรียก 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ งูก็มีทั้งมีพิษและไม่มีพิษ ซึ่งก็มีกลุ่มคนที่นิยมเลี้ยงสัตวืแปลก ๆ อย่างงูเช่นกัน แต่งูที่นำมาเลี้ยงนั้นจะไม่มีพิษและไม่เป็นอันตรายกับผู้เลี้ยง และหากคุณสนใจสามารถติดตาม 5 สายพันธุ์งูน่าเลี้ยง ซึ่งเป็นงูที่มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม น่าเลี้ยงอย่างมาก

และอีกสัตว์น่าเลี้ยงอย่าง 5 พันธุ์ปลาสวยงามยอดนิยม ก้เป็นที่นิยมของใครหลาย ๆ คนเช่นกัน โดยปลาแต่ละสายพันธุ์นั้นก็มีสีสันที่สวยงาม และมีลวดลายที่น่าทึง แถมบางสายพันธุ์ยังนิยมมาเลี้ยงเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตด้วย