ฝีดาษลิง คืออะไร อันตรายถึงชีวิตหรือไม่ มาดู!!

By | June 9, 2022

ฝีดาษลิง เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสกลุ่ม Poxviridae ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับไวรัสที่เกิดไข้ทรพิษหรือฝีดาษในคน โดยปัจจุบันไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่ก็มีผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงถึง 12 รายด้วยกัน ดังนั้น ในบทความนี้ vulcanlirik.com จะพา ทุกคนมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ อาการ การติดต่อ และการป้องกัน เพื่อนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเองอย่างระมัดระวัง ให้ทุกคนปลอดภัยจากการติดเชื้อฝีดาษลิงนั่นเอง

ฝีดาษลิง คืออะไร

ฝีดาษลิง (Monkeypox) หรือจะเรียกว่า โรคไข้ทรพิษลิง เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Othopoxvirus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสตระกูลเดียวกันกับโรคฝีดาษ (Smallpox) หรือโรคไข้ทรพิษ เกิดจากเชื้อไวรัส Variola Virus แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าโรคไข้ทรพิษ โดยโรคฝีดาษลิง มักพบในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ สามารถติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์ และจากสัตว์ไปสู่คนได้

แต่ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคนี้ และยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันเชื้อไวรัสของฝีดาษลิงโดยเฉพาะ ทำให้อัตราการเสียชีวิตมีมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าผู้ใหญ่ แต่ทั้งนี้ เราสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ เพื่อช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ ประสิทธิภาพของวัคซีนจะช่วยป้องกันโรคได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้ และฉีดให้กับคนที่มีความเสี่ยง หรือได้รับเชื้อภายใน 14 วัน

ฝีดาษลิง คืออะไร

อาการของฝีดาษลิงเป็นอย่างไร

อาการของโรคฝีดาษลิงนั้น จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าโรคฝีดาษ โดยอาการของโรคฝีดาษลิงจะแสดงอาการหลังจากที่ได้รับเชื้อมาแล้ว 7 – 14 วัน ซึ่งเริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ รู้สึกปวดหัว ปวดเนื้อปวดตัว ปวดหลัง รู้สึกอ่อนเพลีย และมีต่อมน้ำเหลืองโต และหลังจากที่มีอาการเริ่มแรกแล้ว

ต่อมา ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดเป็นตุ่มนูนแดงขึ้นตามตัว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า และแขนขา แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสที่จะทำให้รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ก่อนที่จะกลายเป็นตุ่มหนอง ซึ่งหลังจากตุ่มหนองนี้แตกแล้ว จะแห้งและหลุดออกไปเอง นอกจากมีตุ่มหนองแล้ว บางรายอาจจะมีการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หรือทางระบบหายใจร่วมด้วย ซึ่งผู้ป่วยสามารถหายได้เองภายในเวลา 2 – 4 สัปดาห์ แต่หากมีภูมิต้านทานต่ำก็มีสิทธิ์เสียชีวิตได้

การติดต่อของโรคฝีดาษลิง จะติดต่อได้อย่างไรบ้าง

การติดต่อของโรคฝีดาษลิงมาถึงคน จะเกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ การติดต่อจากสัตว์ไปสู่คน เกิดจากการที่คุณไปสัมผัสสัตว์ที่มีอาการป่วย ผ่านสารคัดหลังต่าง ๆ หรือถูกสัตว์กัด/ข่วน รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีเนื้อของสัตว์ที่ติดเชื้อและปรุงด้วยกรรมวิธีที่ไม่ถูกต้อง ปรุงอาหารไม่สุก

และอีกหนึ่งกรณีที่จะทำให้คุณได้รับเชื้อ คือ การติดต่อจากคนสู่คน เกิดจากการที่คุณได้สัมผัสผู้ติดเชื้อผ่านการสัมผัสตัว สารคัดหลั่งต่าง ๆ หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสฝีดาษลิงจากผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง ทำให้คุณเสี่ยงที่จะติดเชื้อด้วยเช่นกัน

ป้องกันอย่างไร เมื่อ ฝีดาษลิง เข้ามายังประเทศไทย

การป้องกันโรคฝีดาษลิง ให้คุณห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ต้องพยายามที่จะไม่สัมผัสสัตว์ป่วย หรือสัตว์ที่เป็นพาหะอย่างลิง หรือสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผลของสัตว์ เลือดสัตว์ และน้ำเหลืองของสัตว์ที่ป่วยหรือเป็นพาหะ ซึ่งนอกจากหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสสัตว์เหล่านี้แล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงที่จะใกล้ชิดกับผู้ที่มีประวัติเสี่ยง หรือติดเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวของเราเสี่ยงติดเชื้อด้วย

ป้องกันอย่างไร เมื่อ ฝีดาษลิง เข้ามายังประเทศไทย

และที่สำคัญ ต้องไม่ลืมที่จะใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง หมั่นล้างมือให้สะอาด ๆ ฉีดแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อย ๆ และไม่สัมผัสสัตว์ของนอก หรือสัมผัสสิ่งของที่เป็นของสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อฝีดาษลิงของคุณ หรือหากคุณได้สัมผัสสัตว์/ผู้ป่วย/ผู้เสี่ยงติดเชื้อ ควรที่จะรีบทำความสะอาดตนเอง และล้างมือให้สะอาด

ทำความสะอาดเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่อาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อให้สะอาด เพียงเท่านี้เราจะสามารถป้องกันได้แล้ว ทั้งนี้สามารถศึกษาต่อเกี่ยวกับ วิธีดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ในหน้าร้อน เพื่อให้มีความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรา คนรอบข้าง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง